walai's profilespace walaiBlogListsGuestbookMore ![]() | Help |
|
November 02 ฤาต้องชดใช้ด้วยชีวิตจริงๆ เมื่อวานไปร่วมทำบุญกฐินที่วัดตาลเอนมาเกือบโดนรถชน เป็นแบบนี้มา 2 ครั้งแล้ว ครั้งที่แล้วเมื่อไม่นานมานี้เอง นี่เมื่อวานนี้ เกิดระหว่างเราเดินข้ามถนน กำลังจะข้ามไปฝั่งของวัด ซึ่งเราเองมองดูดีแล้วนา ไม่เห็นรถวิ่งสักคันเดียวเลยนะ แล้วเกิดที่จุดเดิม ปากทางเข้าวัดตาลเอน คราวที่แล้วก็ที่ตรงนี้ ที่เดิม ตอนนั้นเราเดินถึงกึ่งกลางถนน ช่วงเวลานั้นเรารู้สึกถึงความสงบรอบๆตัวเรา เหมือนรอบๆตัวเราไม่มีอะไรเลย ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เงียบสนิท ใจมันเบาๆสบายๆ เสียงแตรรถกดดังเหมือนมันดังมาจากที่ไกลๆ เราชะงักรถวิ่งผ่านหน้าไปอย่างเฉียดฉิว นิดเดียวเท่านั้นเองจริงๆ แต่ตัวเราเองกลับไม่ได้ตกใจอะไรเลย มันรู้สึกตัวว่านิ่งจริงๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเจอแบบนี้จะตกใจมากๆ เพราะเราเป็นคนขี้ตกใจง่าย ...
หรือเป็นเพราะที่เราบอกเจ้าหนี้เขาไว้ว่า ยินดีชดใช้ แม้แต่ชีวิตเราก็ยอมให้ นี่เขามาเตือนงั้นหรอ เหนื่อยใจนะในช่วงนี้ เหมือนมันแบกอะไรไว้มากมาย ก็ตอบไม่ได้ว่าทำไม ตั้งแต่ไม่มีสมาธิหล่อเลี้ยงจิตแบบเมื่อก่อน เราฟุ้งง่ายนะ บางทีสติมันไม่ทัน มันรู้สึกเหมือนกับคนไม่มีชีวิตชีวา มันขาดความสดชื่นบอกไม่ถูก เลยมีผลทำให้เกิดความเบื่อหน่ายง่ายตลอดเวลา
ทุกวันนี้รู้สึกทรมาณใจแบบบอกไม่ถูก มันทรมาณอยู่ในใจลึกๆ เมื่อวานอธิษฐาน ขอให้กำลังสมาธิของเรามีกลับมาดังเดิม น้องที่คุยด้วย เขาเองสมาธิก็ถ่ายเทได้ แต่เขาแค่คิดว่าไม่ให้ใคร สมาธิเขาจะไม่ไหลไปหาใคร เขาเป็นห่วงเรามากเมื่อวาน เขาบอกว่าเขาเองก็เพิ่งรู้นะว่า สมาธิถ้าถ่ายเทให้คนอื่นมากไป มันมีวันที่จะหมดลงไปได้ เราบอกว่าเราเองก็เพิ่งรู้ เพราะเจอกับตัวเราเอง นี่แหละผลการให้คนอื่นแบบไม่บันยะบันยัง ประมาท คิดแล้วเศร้าใจจัง น้องเขาถามว่า ทางโน้นเขาเองคงจะไม่รู้เหมือนกัน เราบอกว่าคงใช่ ไม่งั้นเขาคงไม่ทำกับเราแบบนี้ เขาถามเราว่าแล้วพี่โกรธเขาไหม เราบอกว่าแรกๆโกรธนะ โกรธมากๆเลยตอนที่รู้ตัวว่า เราไม่มีสมาธิเหลือแล้ว สมาธินี่เป็นสิ่งสำคัญในการปฏิบัติของเรา เขาเหมือนสมบัติส่วนตัวของเรา แล้วมาถูกคนอื่นมาปล้นเราไปหมด ไม่เหลือเลยสักนิดเดียว แต่ตอนนี้ไม่โกรธเขาแล้ว อโหสิกรรมให้กับเขา เรากับเขาคงเคยสร้างเหตุมาร่วมกัน ผลเลยเป็นแบบนี้ น้องบอกว่าแย่เลยนะพี่ เราบอกว่าอื้ม .... ทำไงได้ล่ะ ต่างคนต่างไม่รู้นี่นะ ...
เหมือนคนตกอยู่ในสภาวะซึมเศร้าเลยนะเราในช่วงนี้ ใจมันหดหู่ รู้สึกเบื่อหน่าย แต่เรารู้ดีว่าทุกอย่างมันไม่เที่ยง เราเลิกกำหนดแล้ว แต่ใช้วิธีดูตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น พร้อมๆกับรู้ลงไป แล้วยอมรับมัน ใจรู้สึกเจ็บปวดก็ปล่อยให้มันเจ็บปวด ไม่นานมันก็หาย สภาวะความรักว่าทรมาณแล้วนะ ร้องไห้เกือบทุกวัน แต่สภาวะนี้ร้ายกว่า มันรู้สึกถึงความสูญเสียแบบรุนแรงอยู่ในใจ มันทำให้รู้สึกทรมาณแบบบอกไม่ถูก
แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง สุขก็ไม่เที่ยง ทุกข์ก็ไม่เที่ยง แม้กระทั่งความรู้สึกนี้ก็ไม่เที่ยง เพียงแต่ตอนนี้ยอมรับว่าสภาวะเรากำลังเป็นแบบนี้ เหนื่อยใจก็ต้องรู้ ทุกข์ใจก็ต้องรู้ สุขใจก็ต้องรู้ เหมือนเพียงสายลมที่พัดผ่านมา แล้วก็ผ่านไป เพียงเราอดทนมีความเพียรต่อเนื่อง แล้วทุกอย่างจะผ่านไปตามสภาวะของเขาเอง ขอเพียงเราอดทน ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น แล้วอยู่กับมัน ...
อีกอย่างเมื่อวานตอนกำลังสวดมนต์กัน ข้างๆเราจะมีอาม่านั่งอยู่ข้างๆ เขาสวดมนต์ไป เช็ดน้ำตาไป เราก็แอบมอง เราจะคอยบอกกับเขาว่าหน้าไหน หน้าไหน เราก็งงๆนะทีแรกว่า เขาร้องไห้ทำไม แค่หาหน้าที่สวดไม่ถูก สุดท้ายทนไม่ได้เลยถามเขาว่าทำไมถึงต้องร้องไห้ด้วย เขาเล่าให้ฟังว่า พ่อแม่เขาเสียตั้งแต่เขาเล็กๆ ชีวิตเขาลำบากมาก อ่านหนังสือไม่ออก คือเขาแค่เปิดหน้าที่กำลังสวด แล้วทำปากสวดตามน่ะ จริงๆแล้วสวดไม่ได้ เราซึมเลย โห .. เขากับเราใครทุกข์ใจมากกว่ากัน ต่างคนต่างทุกข์ ทุกข์ใจไปคนละแบบ รู้สึกเศร้าใจนะ
รู้สึกเนือยๆทั้งวันเลยนะเมื่อวาน มีสดชื่นอยู่ช่วงหนึ่ง ตอนที่เห็นหมู่พระสงฆ์ท่านนั่งเรียงกันเป็นแถว เห็นสีกลักสีโทนเดียวกันเลย รู้สึกสดชื่นในใจมากๆ นอกนั้นเห็นแล้วใจมันเฉยๆ ทำบุญก็บอกไม่ถูก จิตไม่อิ่มเอิบแบบทุกครั้ง บุญแห้งแล้งจังเนอะเที่ยวนี้ ดีที่แลกแบงค์ย่อยไปเยอะ มีคนเขามาขอแลก เอาเถอะ เดี๋ยววันนี้ก็ผ่านไปแล้ว วันเวลาผ่านไปเร็วจะตายไป แป๊บๆหนึ่งวันนี่หมดไปแล้ว ไวมากๆเลยนะ เหมือนวันนั้นที่เราเกิดความเบื่อหน่ายสุดๆ สุดท้ายแค่วันเดียวมันก็หายไปเอง เพียงแต่สภาวะช่วงนี้มันจะเป็นแบบนี้แหละ เพราะจิตมันไม่มีสมาธิแบบเมื่อก่อน มันเลยเห็นตามความเป็นจริงชัดแจ๋ว แบบชัดมากๆ ไม่เหมือนเวลาสมาธิมีอยู่ มันจะไม่ชัดขนาดนี้ ...
เช้านี้เป็นเช้าที่ไม่รู้สึกสดชื่น ทั้งที่ลมหนาวกำลังพัดมาเบาๆ ลมเย็นกระทบกายจนรู้สึกได้ แต่มันก็รู้สึกได้แค่กาย ใจมันไม่รู้สึกด้วย ความคิดนี่นะ เราตกเป็นทาสความคิดมานานเท่าไหร่แล้วนะ กระทบแล้วก็ปรุง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป มันมีแค่นี้เอง ทุกอย่างอยู่ที่เราคิด เราก็รู้ ทุกอย่างอยู่ที่เรากระทำ ตอนนี้เรารู้ชัดแล้ว จึงต้องเพียรเฝ้าฝึกฝนจิต พยายามรู้ให้ทัน สักวัน ..... Comments (7)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://cid-3bbff7e5594790ce.spaces.live.com/blog/cns!3BBFF7E5594790CE!1918.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|